อบเชย

อบเชย ภาษาจีนเรียกว่า กุ้ยพ้วย เป็นส่วนเปลือกของต้นอบเชยที่ลอกจากลำตันในเมื่อตากแดดจนแห้งจะม้วนตัวเข้าหากันและมีลักษณะกลมเป็นหลอด มีสีน้ำตาลถึงน้ำตาลเข้มแล้วแต่ชนิต อบเชยมีทั้ง อบเชยจีน อบเชยญวน อบเชยเทศ อบเชยชวา อบเชยไทย และอบเชยเนปาล อบเชยจีนเมื่อแห้งแล้วจะมีเนื้อหนากว่าอบเชยอินเดีย แต่บางกว่อบเชยไทยและญวน นอกจากส่วนของเปลือกแล้ว ส่วนของเมล็ด กิ่งหรือเรียกว่า กุ้ยกี และ ยังนำมาสกัดเอาน้ำมันหอมระเหยและใช้เป็นยาได้ด้วย อบเชยที่ดีควรมมีเนื้อหนา ซึ่งจะมีปริมาณน้ำมันหอมระเหยสูง มีกลิ่นหอม และหากเคี้ยวละเอียดจะไม่เหลือกาก

สรรพคุณ
อบเชยมีฤทธิ์อุ่น รสหวานเผ็ด กลิ่นหอมฉุน มีสารแทนนิน (tannin) มิวซิน (mucin) และโพลีฟีนอล (polyphenol) ในตำราจีนจัดให้อบเชยเป็นยาบำรุงไต ตับ กระเพาะปัสสาวะ กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดลมให้ความอบอุ่น แก้อาการมื้อเท้าเย็น แก้ท้องเสีย ท้องอืด อาเจียน แก้ปวดตามข้อ เนื่องจากข้ออักเสบหรือเกาต์ บรรเทาอาการปวดประจำเดือน
ในตำรายาไทยพวว่าทั้งส่วนใบและรากของอบเชยมีสรรพคุณแก้ปวดหัว บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง แก้บิด และขับลม
สารเคมีบางตัวในอบเชยมีฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 (เบาหวานชนิดไม่พึ่งอินซิลิน) นอกจากนี้ยังช่วยลดคอเลสตอรอล และลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจ
วิธีใช้
บดอบเชยจนละเอียด แล้วผสมกับเหล้าดื่มทุกวัน จะช่วยลดอาการปวดท้องหลังคลอด
การดื่มชาอุ่น ๆ ที่ชงจากอบเชยหรือกิ่งอบเชยทุกวัน จะช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ลดกรดในกระเพาะ ลดอาการมือเท้าเย็นและอาการปวดจากความเย็นต่าง ๆ แก้อาการตกขาว ประจำเดือนมาไม่ปกติ
ตุ๋นเนื้อแพะกับอบเชย กินบำรุงม้ามและกระเพาะ แก้อาการอาหารไม่ย่อย
ดื่มน้ำต้มกิ่งอบเชยกับขิงสดทุกวัน ช่วยรักษาอาการข้ออักเสบ
จิบน้ำซุปที่ต้มจากเนื้อหมูแดงกับกิ่งอบเชย ช่วยบรรเทาอาการท้องอืดและบำรุงร่างกายในสตรีวัยทอง
ข้อควรระวัง
ผู้ที่มีอาการเจ็บคอ ปากแห้ง มีไข้ มีอาการพิษสุราเรื้อรัง และมีแผลในกระเพาะ ห้ามกิน
ผู้ที่เป็นริดสีดวงทวาร เลือดกำเดาไหล ท้องผูก ปัสสาวะขัด หรือปัสสาวะเป็นเลือด ห้ามกิน

No related posts.

Related posts brought to you by Yet Another Related Posts Plugin.

Tags: , , , , , , , , , , , , , , ,

Comments are closed.